เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก อินเทอร์เน็ตมีพัฒนาการมาค่อนข้างยาวนานจาก อาร์พาเน็ต (ARPANET) ในปี พ.ศ. 2512 โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐเพื่อเชื่อมโยงศูนย์งานวิจัยของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการกำหนดคอมพิวเตอร์หลักที่ต่ออยู่บนเครือข่ายให้มีหมายเลขประจำเหมือนกับหมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขนี้จะเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน เช่น เครื่องแม่ข่ายของสาขาคอมพิวเตอร์ สสวท. ใช้รหัสหมายเลข 203.146.150.80 รหัสประจำเครื่องที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารกันได้นี้ แต่อาจยุ่งยากต่อผู้ใช้เพราะมีตัวเลขหลายตัว จึงมีการสร้างชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ในหลักสากลเพื่อให้เรียกขาน และเป็นที่เข้าใจง่ายขึ้น เช่น oho.ipst.ac.th
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ในประเทศไทยได้เชื่อมโยงโดยสมบูรณ์เข้ากับ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในเดือนกันยายน 2536 จุดแรกที่เชื่อมโยงเข้าสู่อินเทอร์เน็ต คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก chulkn.chulu.ac.th เข้ากับเครือข่าย หลังจากนั้นอีกประมาณหนึ่งปี ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ก็เชื่อมโยงเครือข่ายไทยสาร (Thaisarn) ซึ่งเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงของมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายเหมือนเครือข่ายโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงเข้าหากันได้ทั่วโลก ด้วยเหตุนี้การเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์จึงกระทำได้ในทุกเครือข่ายทั่วโลก การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมากมายเช่น
1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง สามารถส่งข่าวสารถึงกันได้ทั่วโลก มีแนวโน้มการขยายตัวและจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความเร็วในการส่งข่าวสารถึงกันได้มากกว่าการส่งทางไปรษณีย์ปกติ
2. การสนทนาแบบเชื่อมตรง (chat) ผู้ใช้งานบนเครือข่ายสามารถคุยกับคนอื่นในลักษณะโต้ตอบกันผ่านทาง จอภาพ และ แผงแป้นพิมพ์อักขระ การพูดคุยผ่านทางตัวหนังสือมีความชัดเจนและเข้าใจกันได้
3. การค้นหาข้อมูล (browser) คอมพิวเตอร์มีแฟ้มข้อมูลจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สะสมและเก็บจากหลายๆ ผู้ใช้ และมีบางส่วนที่ต้องการเผยแพร่โดยไม่คิดมูลค่า เอกสารหนังสือหรือแม้แต่โปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้รับการจัดเก็บและเผยแพร่แก่ผู้สนใจที่อยู่ใน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้งานทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงข้อมูลที่เจ้าของอนุญาตให้สำเนา เมื่อมีกลุ่มก็มีการรวบรวมข้อมูลและเก็บเผยแพร่ระหว่างกัน อินเทอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งข้อมูลแหล่งใหญ่มาก
4. กระดานข่าว (web board) บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีการจัดตั้ง กระดานข่าว มีผู้ส่งข่าวสารถึงกันผ่าน กระดานข่าว กระดานข่าวส่วนใหญ่แบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มผู้สนใจดนตรีก็มีการฝากเพลงหรือเรื่องรวมเกี่ยวกับดนตรี กลุ่มวัฒนธรรม กลุ่มไทยกรุ๊ป (Thai gruop) กลุ่มผู้สนใจจักรยาน
5. เกมและนันทนาการ มีการเล่นเกมบนเครือข่าย เกมที่รู้จักกันดีคือเกม (Multi User Dungeon : MUD) เกมผจญภัยต่างๆ ที่เล่นในเครือข่ายมีการสนทนาตอบโต้กันในระยะห่างไกล
2. คำศัพท์ต่าง ๆ ของระบบอินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีข้อดีคือใช้สายโทรศัพท์เหมือนกัน แต่ในขณะใช้งานอินเตอร์เน็ตจะสามารถยกหูโทรศัพท์เพื่อสนทนาได้โดยอินเตอร์เน็ต
ไม่หลุด นอกจากนี้ยังเหมาจ่ายเป็นรายเดือนอีกด้วย ทำให้สามารถเล่นได้ไม่จำกัดชั่วโมง (อาจมีการตัดสายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ชั่วโมง) ในกรณีนี้ไม่ต้องหมุนโทรศัพท์ให้เสียเงิน ความเร็วก็สูงกว่าแบบ 56K มากเลยทีเดียว แต่ต้องจ่ายรายเดือนตั้งแต่ 500 – 2000 แล้วแต่ความเร็ว
และผู้ให้บริการที่เลือกใช้งาน ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่าเราใช้หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการายใด (เช่น True จะมี Hi-speed Internet ของ TOT ก็จะมีเฉพาะของสาวก TOT ส่วน TT&T ก็จะมีบริการเช่นเดียวกัน โดยก่อนใช้งานต้องตรวจสอบพื้นที่ให้บริการด้วยว่าที่ที่เราใช้งาน
อินเตอร์เน็ต (ที่ติดตั้งสายโทรศัพท์นั่นแหล่ะ) ว่าสามารถใช้บริการนี้ได้หรือไม่
Download
การโอนถ่ายไฟล์จากเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ตลงในคอมพิวเตอร์ เช่นการดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อติดตั้ง การอัพเดตฐานข้อมูลไวรัส
การดาวน์โหลดรูปภาพ เพลง ภาพยนตร์ต่างๆ
Upload
การโอนถ่ายไฟล์ขึ้นไปไว้ในเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ต ในกรณีนี้อาจไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ที่เห็นกันบ่อยๆน่าจะเป็นการ Upload ผ่าน FTP ขึ้นไปฝากเวปไซต์ไว้ในเซริฟเวอร์ หรือโอนถ่ายไฟล์ไปฝากไว้กับแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อเปิดให้ผู้อื่นมาดาวน์โหลดนั่นเอง
BIOS
เป็นส่วนควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆในเมนบอร์ด (แผงวงจรระบบคอมพิวเตอร์) เป็นตัวกำหนดการตั้งค่าต่างๆของระบบ เช่น วัน เดือน ปี การกำหนดไดร์วที่ใช้บูตระบบ เช่น ตั้งค่าให้บูตจากแผ่นซีดี/ดีวีดี จนกระทั่งการโอเวอร์คล็อคระบบ โดยจะมีถ่านกระดุมแบบเดียวที่ใช้กับนาฬิกาบนแผงเมนบอร์ด
Firmware
คล้ายๆกับระบบปฏิบัติการของ Windows ที่ใช้เริ่มระบบ โดย Firmware จะมีในอุปกรณ์อีเล็คทรอนิคส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ ไดร์วซีดี
เครื่องเล่นเอ็มพีสาม กล้องดิจิตอล เพื่อใช้ในการสั่งงานเมนูการใช้งานต่างๆ โดยสามารถอัพเกรด (เรียกกันติดปากว่า อัพเกรดเฟิร์มแวร์ นั่นเอง)เพื่อเพิ่มความสามารถของเครื่องได้
ID3Tag
รายละเอียดของเพลง แสดงชื่อนักร้อง อัลบั้ม ปี หมวดหมู่เพลง แนวเพลง โดยจะแสดงในโปรแกรมเล่นเพลงในคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเอ็มพีสาม
ข้อดีคือทำให้ทราบละเอียดของเพลง ดีกว่าจะที่มองว่า Track01 Track02 คือเพลงอะไร
Reset
การเริ่มระบบใหม่ โดยอุปกรณ์อีเล็คทรอนิคส์จะใช้งานเมนูต่างๆจากเฟิร์มแวร์ดังที่กล่าวไปข้างต้น อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆมักมีปุ่ม Reset
ให้ใช้ปากกาหรือเข็มจิ้มเพื่อเริ่มระบบใหม่ สำหรับในโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่นเอ็มพีสามจะมีตัวเลือก “Restore Default” หรือ “Restore Factory Setting”เพื่อเริ่มระบบใหม่ทั้งหมด
Restart
การเริ่มระบบใหม่ของคอมพิวเตอร์ โดยจะเริ่มตั้งแต่การบูตจาก BIOS จนถึงเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ
Run
ในที่นี้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ใช้คำว่า “รัน” โปรแกรม จะหมายถึงการเปิดโปรแกรมขึ้นมานั่นเอง แต่จะใช้ทับศัพท์เป็นคำว่า Run
มากกว่าจะพูดว่าเปิดโปรแกรมขึ้นมา
Skin
คำยอดฮิตตั้งแต่สมัยโปรแกรม Winamp สามารถเปลี่ยนหน้าตา สีสันของหน้าต่างโปรแกรมได้ ทำให้มีแฟชั่นการเปลี่ยน Skin ขึ้น
เพื่อรองรับความแปลกใหม่ที่หลีกหนีจากความจำเจของหน้าจอโปรแกรมเทาๆหม่นๆให้สวยสดใสด้วย Skin หลากสี
Wallpaper
ภาพพื้นหลังหน้าจอ จะหมายถึงภาพที่แสดงบนหน้าจอแทนที่จะเป็นหน้าจอว่างๆหรือโลโก้ Windowsโดยสามารถนำภาพโปรดมาไว้บนหน้าจอของคุณได้
Resolution
- ความละเอียดของจอภาพ จะวัดเป็น Pixel โดยจะมีขนาดตั้งแต่ 640x480 1024x768 หากตัวเลขมากก็จะมีตัวอักษรเล็กลง แต่หน้าจอจะมีพื้นที่ทำงานกว้างมากขึ้น หากจอใหญ่ๆสัก 21 หรือ 23 นิ้วก็ใช้งานได้สบาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของการ์ดแสดงผลด้วย
- ความละเอียดในการพิมพ์ภาพ เช่น 300dpi (จุดต่อนิ้ว) ยิ่งมีจำนวนมาก ยิ่งละเอียดมาก เช่น 1200 x 1200 dpi xxx pages per \ minute
ในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ นอกจากความละเอียดในการพิมพ์แล้ว ยังมีการวัดจำนวนแผ่นกระดาษในการพิมพ์ต่อหน้าอีกด้วย โดยจะระบุไว้
ไม่หลุด นอกจากนี้ยังเหมาจ่ายเป็นรายเดือนอีกด้วย ทำให้สามารถเล่นได้ไม่จำกัดชั่วโมง (อาจมีการตัดสายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ชั่วโมง) ในกรณีนี้ไม่ต้องหมุนโทรศัพท์ให้เสียเงิน ความเร็วก็สูงกว่าแบบ 56K มากเลยทีเดียว แต่ต้องจ่ายรายเดือนตั้งแต่ 500 – 2000 แล้วแต่ความเร็ว
และผู้ให้บริการที่เลือกใช้งาน ซึ่งต้องตรวจสอบด้วยว่าเราใช้หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ให้บริการายใด (เช่น True จะมี Hi-speed Internet ของ TOT ก็จะมีเฉพาะของสาวก TOT ส่วน TT&T ก็จะมีบริการเช่นเดียวกัน โดยก่อนใช้งานต้องตรวจสอบพื้นที่ให้บริการด้วยว่าที่ที่เราใช้งาน
อินเตอร์เน็ต (ที่ติดตั้งสายโทรศัพท์นั่นแหล่ะ) ว่าสามารถใช้บริการนี้ได้หรือไม่
Download
การโอนถ่ายไฟล์จากเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ตลงในคอมพิวเตอร์ เช่นการดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อติดตั้ง การอัพเดตฐานข้อมูลไวรัส
การดาวน์โหลดรูปภาพ เพลง ภาพยนตร์ต่างๆ
Upload
การโอนถ่ายไฟล์ขึ้นไปไว้ในเครือข่ายหรืออินเตอร์เน็ต ในกรณีนี้อาจไม่ค่อยได้ใช้มากนัก ที่เห็นกันบ่อยๆน่าจะเป็นการ Upload ผ่าน FTP ขึ้นไปฝากเวปไซต์ไว้ในเซริฟเวอร์ หรือโอนถ่ายไฟล์ไปฝากไว้กับแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อเปิดให้ผู้อื่นมาดาวน์โหลดนั่นเอง
BIOS
เป็นส่วนควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆในเมนบอร์ด (แผงวงจรระบบคอมพิวเตอร์) เป็นตัวกำหนดการตั้งค่าต่างๆของระบบ เช่น วัน เดือน ปี การกำหนดไดร์วที่ใช้บูตระบบ เช่น ตั้งค่าให้บูตจากแผ่นซีดี/ดีวีดี จนกระทั่งการโอเวอร์คล็อคระบบ โดยจะมีถ่านกระดุมแบบเดียวที่ใช้กับนาฬิกาบนแผงเมนบอร์ด
Firmware
คล้ายๆกับระบบปฏิบัติการของ Windows ที่ใช้เริ่มระบบ โดย Firmware จะมีในอุปกรณ์อีเล็คทรอนิคส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ ไดร์วซีดี
เครื่องเล่นเอ็มพีสาม กล้องดิจิตอล เพื่อใช้ในการสั่งงานเมนูการใช้งานต่างๆ โดยสามารถอัพเกรด (เรียกกันติดปากว่า อัพเกรดเฟิร์มแวร์ นั่นเอง)เพื่อเพิ่มความสามารถของเครื่องได้
ID3Tag
รายละเอียดของเพลง แสดงชื่อนักร้อง อัลบั้ม ปี หมวดหมู่เพลง แนวเพลง โดยจะแสดงในโปรแกรมเล่นเพลงในคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเอ็มพีสาม
ข้อดีคือทำให้ทราบละเอียดของเพลง ดีกว่าจะที่มองว่า Track01 Track02 คือเพลงอะไร
Reset
การเริ่มระบบใหม่ โดยอุปกรณ์อีเล็คทรอนิคส์จะใช้งานเมนูต่างๆจากเฟิร์มแวร์ดังที่กล่าวไปข้างต้น อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆมักมีปุ่ม Reset
ให้ใช้ปากกาหรือเข็มจิ้มเพื่อเริ่มระบบใหม่ สำหรับในโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่นเอ็มพีสามจะมีตัวเลือก “Restore Default” หรือ “Restore Factory Setting”เพื่อเริ่มระบบใหม่ทั้งหมด
Restart
การเริ่มระบบใหม่ของคอมพิวเตอร์ โดยจะเริ่มตั้งแต่การบูตจาก BIOS จนถึงเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ
Run
ในที่นี้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ใช้คำว่า “รัน” โปรแกรม จะหมายถึงการเปิดโปรแกรมขึ้นมานั่นเอง แต่จะใช้ทับศัพท์เป็นคำว่า Run
มากกว่าจะพูดว่าเปิดโปรแกรมขึ้นมา
Skin
คำยอดฮิตตั้งแต่สมัยโปรแกรม Winamp สามารถเปลี่ยนหน้าตา สีสันของหน้าต่างโปรแกรมได้ ทำให้มีแฟชั่นการเปลี่ยน Skin ขึ้น
เพื่อรองรับความแปลกใหม่ที่หลีกหนีจากความจำเจของหน้าจอโปรแกรมเทาๆหม่นๆให้สวยสดใสด้วย Skin หลากสี
Wallpaper
ภาพพื้นหลังหน้าจอ จะหมายถึงภาพที่แสดงบนหน้าจอแทนที่จะเป็นหน้าจอว่างๆหรือโลโก้ Windowsโดยสามารถนำภาพโปรดมาไว้บนหน้าจอของคุณได้
Resolution
- ความละเอียดของจอภาพ จะวัดเป็น Pixel โดยจะมีขนาดตั้งแต่ 640x480 1024x768 หากตัวเลขมากก็จะมีตัวอักษรเล็กลง แต่หน้าจอจะมีพื้นที่ทำงานกว้างมากขึ้น หากจอใหญ่ๆสัก 21 หรือ 23 นิ้วก็ใช้งานได้สบาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของการ์ดแสดงผลด้วย
- ความละเอียดในการพิมพ์ภาพ เช่น 300dpi (จุดต่อนิ้ว) ยิ่งมีจำนวนมาก ยิ่งละเอียดมาก เช่น 1200 x 1200 dpi xxx pages per \ minute
ในการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ นอกจากความละเอียดในการพิมพ์แล้ว ยังมีการวัดจำนวนแผ่นกระดาษในการพิมพ์ต่อหน้าอีกด้วย โดยจะระบุไว้
3. บริการต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต
บริการ ของ อินเตอร์เน็ต ได้แก่
1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยผู้ส่งจะต้องส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ และแนบไฟล์ไปได้
2. เทลเน็ต (Telnet) การใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น สามารถเรียกข้อมูลจากโรงเรียนมาทำที่บ้านได้
3. การโอนถ่ายข้อมูล (FTP) ค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง
4. การสืบค้นข้อมูล (เวิลด์ไวด์เว็บ, Gopher, Archie) การใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมาย ใช้สืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลกได้
5. การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น (ยูสเน็ต) เป็นการบริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตทั่วโลก แสดงความคิดเห็นของตน โดยกลุ่มข่าวหรือนิวกรุ๊ป(Newgroup)แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
6. การสื่อสารด้วยข้อความ (แชท, ไออาร์ซี) เป็นการพูดคุย โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ได้รับความนิยมมากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แม้จะอยู่คนละประเทศหรือคนละซีกโลกก็ตาม
7. การซื้อขายสินค้าและบริการ (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์) เป็นการซื้อ - สินค้าและบริการ ผ่านอินเทอร์เน็ต
8. การให้ความบันเทิง บนอินเทอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงหลายรูปแบบต่าง ๆ เช่น รายการโทรทัศน์ เกม เพลง รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง
4. ประโยชน์/โทษของระบบอินเตอร์เน็ต
ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต
อินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนชุมชนเมืองแห่งใหม่ของโลก เป็นชุมชนของคนทั่วมุมโลก จึงมีบริการต่างๆเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา
1.ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์(Electronic mail=E-mail) ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail เป็นการส่งจดหมายผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยผู้ส่งสสามารถส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ ในรูปแบบของอีเมล์ เมื่อผู้ส่งเขียนจดหมาย แล้วส่งไปยังผู้รับ ผู้รับจะได้รับจดหมายภายในเวลาไม่กี่วินาที แม้จะอยู่ห่างกันคนละซีกโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสามารถส่งแฟ้มข้อมูลหรือไฟล์แนบไปกับอีเมล์ได้ด้วย 2.กรขอเข้าระบบจากระยะไกลหรือเทลเน็ต(Telnet) เป็นบริการอินเน็ตรูปแบบหนึ่งโดยที่เราสามารถเข้าไปใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกลๆได้ด้วยตนเอง เช่น ถ้าเราอยู่ที่โรงเรียนทำงานโดยใช้อินเตอร์เน็ตของโรงเรียนแล้วกลับไปที่บ้าน เรามีคอมพิวเตอร์ที่บ้านและต่ออินเตอร์เน็ตไว้เราสามารถเรียกข้อมูลจากที่โรงเรียนมาทำที่บ้านได้ เสมือนกับเราทำงานที่โรงเรียนนั่นเอง 3.การโอนถ่ายข้อมูล(File Transfer Protocol หรือ FTP) เป็นบริการอีกรูปแบบหนึ่งของระบบอินเตอร์เน็ต เราสามารถค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง 4.การสืบค้นข้อมูล(Gopher,Archie,World wide Web) หมายถึง การใช้เครื่อข่ายอินเตอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมายแล้วช่วยจัดเรียงข้อมูลข่าวสารหัวข้ออย่างมีระบบ เป็นเมนูทำให้เราหาข็อมูลได้ง่ายหรือสะดวกมากขึ้น 5.การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น(Usenet) เป็นการให้บริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วโลกสามารถพบปะกัน แสดงความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผู้ใช้เป็นกลุ่มข่าวหรือนิวกรุ๊ป(Newgroup)แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น เรื่องหนังสือ เรื่องการเลี้ยงสัตว์ ต้นไม้ คอมพิวเตอร์และการเมือง เป็นต้น ปัจจุบันมี Usenet มากกว่า15,000 กลุ่ม นับเป็นเวทีขนาดใหญ่ให้ทุกคนจากทั่วมุมโลกแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง 6.การสื่อสารด้วยข้อความ(Chat,IRC-Internet Relay chat) เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใช้อินเตอร์เน็ต โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ไดัรับความนิยมมากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แต่ละคนก็พิมพ์ข้อความโต้ตอบกันไปมาได้ในเวลาเดียวกัน แม้จะอยู่คนละประเทศหรือคนละซีกโลกก็ตาม 7.การซื้อขายสินค้าและบริการ(E-Commerce = Eletronic Commerce) เป็นการจับจ่ายซื้อ - สินค้าและบริการ เช่น ขายหนังสือ คอมพิวเตอร์ การท่องเที่ยว เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทใช้อินเตอร์เน็ตในการทำธุรกิจและให้บริการลูกค้าตลอด24ชั่วโมง ในปี2540 การค้าขายบนอินเตอร์เน็ตมีมูลค่าสูงถึง1แสนล้านบาท และจะเพิ่มเป็น1ล้านล้านบาทในอีก5ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจแบบใหม่ที่น่าสนใจและเปิดทางให้ทุกคนเข้ามาทำธุรกิจได้โดยใช้ทุรไม่มากนัก 8.การให้ความบันเทิง(Entertain) ในอินเตอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงในทุกรูปแบบต่างๆ เช่น เกมส์ เพลง รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด24ชั่วโมงและจากแหล่งต่างๆทั่วทุกมุมโลก ทั้งประเทศไทย อเมริกา ยุโรปและออสเตรเลีย เป็นต้น
โทษของอินเตอร์เน็ต
1.โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic)
อินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งเสพติดหรือ?
การเล่นอินเตอร์เน็ต ทำให้คุณเสียงาน ผู้ใดเป็นผู้ที่ติดการพนัน การติดการพนันประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การติดอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งสองอย่าง เกี่ยวข้องกับการล้มเหลว ในการควบคุมความต้องการของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเคมีใดๆ (อย่างสุรา หรือยาเสพติด) ผู้ที่มีอาการอย่างน้อย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถือได้ว่า มีอาการติดอินเตอร์เน็ต -รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต -มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น -ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้ -รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้ -ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใช้อินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น -หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง -การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก -มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต - ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้
1.โรคติดอินเทอเน็ต(Webaholic)
อินเตอร์เน็ตก็เป็นสิ่งเสพติดหรือ?
การเล่นอินเตอร์เน็ต ทำให้คุณเสียงาน ผู้ใดเป็นผู้ที่ติดการพนัน การติดการพนันประเภทที่ถอนตัวไม่ขึ้น มีลักษณะคล้ายคลึงกับ การติดอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งสองอย่าง เกี่ยวข้องกับการล้มเหลว ในการควบคุมความต้องการของตนเอง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสารเคมีใดๆ (อย่างสุรา หรือยาเสพติด) ผู้ที่มีอาการอย่างน้อย 4 อย่าง เป็นเวลานานอย่างน้อย 1 ปีถือได้ว่า มีอาการติดอินเตอร์เน็ต -รู้สึกหมกมุ่นกับอินเตอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อกับอินเตอร์เน็ต -มีความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้น -ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตได้ -รู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องใช้อินเตอร์เน็ตน้อยลงหรือหยุดใช้ -ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นวิธีในการหลีกเลี่ยงปัญหาหรือคิดว่าการใช้อินเตอร์เน็ตทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น -หลอกคนในครอบครัวหรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตของตัวเอง -การใช้อินเตอร์เน็ตทำให้เกิดการเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน การเรียน และความสัมพันธ์ ยังใช้อินเตอร์เน็ตถึงแม้ว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก -มีอาการผิดปกติ อย่างเช่น หดหู่ กระวนกระวายเมื่อเลิกใช้อินเตอร์เน็ต - ใช้เวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตนานกว่าที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้
-มีผล กระทบต่อการเรียน อาชีพ สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจของคนคนนั้น ถึงแม้ว่าการวิจัยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่า การติดเทคโนโลยีอย่างเช่น การติดเล่นเกมส์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเพศชายแต่ผลลัพธ์ข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ติดอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง วัยกลางคนและไม่มีงานทำ
2.เรื่องอณาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content)
เรื่องของข้อมูลต่างๆที่มีเนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่างๆนั้นเป็น เรื่องที่มีมานานพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอเน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW ยังไม่พัฒนา มากนักทำให้ไม่มีภาพออกมา แต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอเน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอเน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สื่อเหล่านี้สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเรา ไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้
เรื่องของข้อมูลต่างๆที่มีเนื้อหาไปในทางขัดต่อศีลธรรม ลามกอนาจาร หรือรวมถึงภาพโป๊เปลือยต่างๆนั้นเป็น เรื่องที่มีมานานพอสมควรแล้วบนโลกอินเทอเน็ต แต่ไม่โจ่งแจ้งเนื่องจากสมัยก่อนเป็นยุคที่ WWW ยังไม่พัฒนา มากนักทำให้ไม่มีภาพออกมา แต่ในปัจจุบันภายเหล่านี้เป็นที่โจ่งแจ้งบนอินเทอเน็ตและสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าสู่เด็ก และเยาวชนได้ง่ายโดยผู้ปกครองไม่สามารถที่จะให้ความดูแลได้เต็มที่ เพราะว่าอินเทอเน็ตนั้นเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและเปิดกว้างทำให้สื่อเหล่านี้สามรถเผยแพร่ไปได้รวดเร็วจนเรา ไม่สามารถจับกุมหรือเอาผิดผู้ที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้
3.ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา
ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระ ซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล หรืออาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจำหรือพื้นที่ว่างบนดิสก์โดยพลการ
ม้าโทรจัน : ม้าโทรจันเป็นตำนานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทั่งยึดเมืองได้สำเร็จ โปรแกรมนี้ก็ทำงานคล้ายๆกัน คือโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต มันมักจะทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ และสิ่งที่มันทำนั้น ไม่มีความจำเป็นต่อเราด้วย
หนอนอินเตอร์เน็ต : ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทั่วโลก มันคือโปรแกรมที่จะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่ง ครอบครองทรัพยากรและทำให้ระบบช้าลง
ระเบิดเวลา : คือรหัสซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆมาถึง ยกตัวอย่างเช่น ระเบิดเวลาจะทำลายไฟล์ทั้งหมดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2542
ไวรัส : เป็นโปรแกรมอิสระ ซึ่งจะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายข้อมูล หรืออาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงโดยการแอบใช้สอยหน่วยความจำหรือพื้นที่ว่างบนดิสก์โดยพลการ
ม้าโทรจัน : ม้าโทรจันเป็นตำนานนักรบที่ซ่อนตัวอยู่ในม้าไม้ แล้วแอบเข้าไปในเมืองจนกระทั่งยึดเมืองได้สำเร็จ โปรแกรมนี้ก็ทำงานคล้ายๆกัน คือโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่ไม่พึงประสงค์ มันจะซ่อนตัวอยู่ในโปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาต มันมักจะทำในสิ่งที่เราไม่ต้องการ และสิ่งที่มันทำนั้น ไม่มีความจำเป็นต่อเราด้วย
หนอนอินเตอร์เน็ต : ถูกสร้างขึ้นโดย Robert Morris, Jr. จนดังกระฉ่อนไปทั่วโลก มันคือโปรแกรมที่จะสืบพันธุ์โดยการจำลองตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ จากระบบหนึ่ง ครอบครองทรัพยากรและทำให้ระบบช้าลง
ระเบิดเวลา : คือรหัสซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นรูปแบบเฉพาะของการโจมตีนั้นๆ ทำงานเมื่อสภาพการโจมตีนั้นๆมาถึง ยกตัวอย่างเช่น ระเบิดเวลาจะทำลายไฟล์ทั้งหมดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2542